ท่าเรือแดง ท่าสุพรรณ ท่าเรือเขียว

ท่าเรือแดง ท่าสุพรรณ ท่าเรือเขียว

 

ท่าเรือแดง ท่าสุพรรณ ท่าเรือเขียว

หากย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. 2500 สามชื่อข้างต้นนอกจากจะเป็นชื่อท่าเรือในบริเวณท่าเตียนแล้ว ยังเป็นชื่อตรอกซอยที่รู้จักกันดี เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมจากท่าเรือออกสู่ถนนมหาราช ซึ่งในเวลานั้นการคมนาคมทางน้ำยังเป็นเส้นทางหลัก ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขาที่เชื่อมถึงกัน เช่น นครสวรรค์ อยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี สิงห์บุรี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฯลฯ ต่างเดินทางมากับเรือโดยสารประเภทต่างๆ พร้อมกับผลผลิตทางการเกษตร เพื่อมาค้าขายกันที่ท่าเตียน ซึ่งเป็นแหล่งรวมของอาหารสด ผัก ผลไม้ และสินค้านานาชนิด และตลาดนัดสนามหลวงที่เปิดตลาดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

 

ริมน้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนสมัยรัชกาลที่ 4 ในภาพจะเห็นกำแพงเมืองและประตูนกยูง

อันเป็นที่มาของชื่อ “ซอยประตูนกยูง” (ที่มา : หนังสือสยาม ผ่านมุมกล้องของจอห์น ทอมสัน 2408-9)

 

บริเวณท่าเตียนจึงมีท่าเรือสำคัญ ได้แก่ ท่าเรือเขียว ท่าเรือสุพรรณหรือท่าเรือสีเลือดหมู ท่าเรือแดง ซึ่งเป็นท่าขนาดใหญ่ ส่วนท่าขนาดเล็ก ได้แก่ ท่าข้าวโพดและท่าสหกรณ์ และท่าโรงโม่ที่เป็นท่าเรือข้ามฟากระหว่างท่าเตียนกับวัดอรุณ ฝั่งธนบุรี เรือโดยสารหรือเรือเมล์ของบริษัทต่างๆ มีสีเรือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกลายเป็นชื่อบ้านนามเมืองที่คนในย่านเรียกขานกัน ได้แก่

 

เรือแดง ของบริษัทสยามมอเตอร์โบ๊ต ล่องระหว่างท่าเตียน ผักไห่ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ฯลฯ โดยเรือจะจอดอยู่ที่ซอยท่าเรือแดง หรือ “ซอยท่าเตียน” ในปัจจุบัน ท่าเรือแดงเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในย่าน มีเรือเข้าออกตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าท่าเรือแห่งนี้ไม่เคยหลับใหล จึงเป็นแหล่งรวมของสินค้านานาชนิดทั้งหมู เป็ด ไก่ ผักและผลไม้ ในอดีตภายในซอยท่าเรือแดงจึงมีอาคารไม้ 2 ชั้นเปิดเป็นร้านโชห่วยขายของชำและผลผลิตทางการเกษตรหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น

 

ร่องรอยของตลาดน้ำผัก-ผลไม้ ท่าเตียน ท่าเรือแดง และท่าสุพรรณ

ซึ่งในอดีตคึกคักไปด้วยเรือสินค้าและเรือโดยสาร ปัจจุบันท่าเตียนเหลือเพียงตลาดบก (ภาพถ่ายปี พ.ศ. 2561)

 

เรือสีเลือดหมู หรือเรือสายสุพรรณของบริษัทสุพรรณขนส่ง ล่องระหว่างท่าเตียนไปปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างทางจะแวะจอดตามท่าเมืองต่างๆ เช่น นนทบุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง ชัยนาท เป็นต้น มีท่าเรืออยู่ที่ซอยท่าสุพรรณ ปัจจุบันเป็นซอยที่ไม่ปรากฏชื่ออยู่ข้างธนาคารกรุงไทย สาขาท่าเตียน ในอดีตพื้นที่ซอยท่าสุพรรณเป็นเวิ้งกว้าง ยังไม่มีตรอกซอยและตึกแถวเช่นปัจจุบัน เต็มไปด้วยแผงขายผักผลไม้และสินค้านานาชนิด นอกจากนี้สินค้าสำคัญที่มากับเรือโดยสารมาขึ้นที่ท่าแห่งนี้ก็คือไข่เป็ดจากสุพรรณบุรี ชัยนาท ทำให้เกิดอาชีพยี่ปั๊วขายส่งไข่ในตลาดท่าเตียน

 

เรือเขียว เจ้าของกิจการคือขุนโยธาสมุทร (ด่ำ) ล่องระหว่างท่าเตียน บ้านแพน ลาดบัวหลวง อยุธยา เรื่อยไปจนถึงชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี มีท่าจอดเรืออยู่ที่ซอยท่าเรือเขียว หรือ “ซอยประตูนกยูง” ในปัจจุบัน ประตูนกยูงเป็นชื่อประตูเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์  สันนิษฐานว่าที่มาของชื่อมาจากปูนปั้นบนฉนวนน้ำวัดโพธิ์ที่อยู่ใกล้เคียง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ดังปรากฏในหนังสือ ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ เกี่ยวกับจดหมายเหตุเรื่องการปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน ความว่า“แถวตะวันตกลงทางแม่น้ำ นอกกำแพงพระนคร ก่อฉนวนอิฐตลอดลงไปถึงท่าน้ำ พื้นปูหิน หลังคามุงกระเบื้อง ปลายฉนวนเป็นสะพานแพ สองข้างฉนวนก่ออิฐเป็นอาสน์สงฆ์ กำแพงพนักกรุกระเบื้องปรุเคลือบเขียว มีประตู 2 ประตู (ประตูด้านเหนืออยู่ทางต้นฉนวน ประตูด้านใต้อยู่ทางปลายฉนวน) ทางต้นฉนวนหลังคาเป็นยอดเกี้ยว มีรูปนกยูงจับ ประดับกระเบื้องถ้วย สองข้างยกพื้น ผนังสองข้างทำเป็นเฟื่องสายบัวกรุกระเบื้องปรุเคลือบเขียว ปลายฉนวนหลังคาเป็นตรีมุข ยกเป็นอาสน์สงฆ์สองข้าง ตามปั้นลมประดับกระเบื้องถ้วย มีรูปเหยี่ยวจับอยู่ตามมุมทั้ง 3 มุข มีกำแพงพนักสองข้าง หลังคามุงกระเบื้องเคลือบเหลือง เพดานลงรักฉลุลายทองเป็นลายแย่ง...”

 

เมื่อราว 40-50 ปีก่อน ซอยประตูนกยูงเป็นแหล่งผลิตและขายส่งทอฟฟี่ ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมะพร้าว นม เนย ห่อด้วยกระดาษแก้วสีต่างๆ แล้วบิดหัวบิดท้าย น้ำตาลมะพร้าวนี้จะบรรจุปี๊บล่องเรือมาจากแถบสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ส่งมาขายที่ท่าเตียน เช่นเดียวกับน้ำตาลโตนดจากเพชรบุรี

 

ปัจจุบันซอยท่าสุพรรณเป็นซอยที่ไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งเดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นเวิ้งกว้าง เต็มไปด้วยแผงขายผักและผลไม้นานาชนิด

(ภาพถ่ายปี พ.ศ. 2561) 

 

หลังปี พ.ศ. 2510 กิจการเรือโดยสารค่อยๆ หมดไป เพราะการขนส่งทางน้ำลดบทบาทลง การคมนาคมทางบกเข้ามาแทนที่ เพราะใช้เวลาในการเดินทางน้อยกว่า ทั้งยังสะดวกและปลอดภัยกว่าการโดยสารเรือ ท่าเรือบางแห่งจึงถูกทิ้งร้าง บางแห่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นร้านอาหารริมน้ำ ในขณะที่ชื่อบ้านนามเมืองเมื่อครั้งท่าเรือเหล่านี้ยังรุ่งเรือง ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน และรู้จักกันในชื่อที่ทางราชการจัดสรร เช่นเดียวกับประตูนกยูงที่เหลือเพียงชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ เพราะถูกรื้อลงในราวปี พ.ศ. 2454 พร้อมกับกำแพงเมืองตั้งแต่บริเวณศาลต่างประเทศหน้าวัดพระเชตุพนไปจรดประตูยอดท่าเตียน เพื่อสร้างตลาดท่าเตียน

 

บรรยากาศริมแม่น้ำบริเวณท่าเตียน ที่มีเรือเมล์และเรือสินค้าจากหลายจังหวัดมาจอดตามท่าเรือต่างๆ

ในภาพจะเห็นเรือเมล์  2 ชั้นจอดที่ท่าเรือสุพรรณ (ที่มา : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

 

บรรณานุกรม

ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณฺสิริ) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 23 เมษายน พุทธศักราช 2517.

สรศัลย์ แพ่งสภา. ของเก่า เรา (ไม่) ลืม. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2554.

 

*หมายเหตุ

บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “เก็บตกนามบ้านนามเมือง” ใน วารสารเมืองโบราณ ปีที่ 44 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2561 “ไชยบุรี : ปราการที่แข็งแกร่งของพัทลุง”